Publication: การศึกษาทัศนคติของเยาวชนที่มีต่อการสมรสเพศเดียวกัน
12
12
Issued Date
2021
Resource Type
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
เพ็ชรัตน์ ไสยสมบัติ (2021). การศึกษาทัศนคติของเยาวชนที่มีต่อการสมรสเพศเดียวกัน. Retrieved from: https://hdl.handle.net/20.500.14740/11568
Alternative Title(s)
The Study of Youth Attitudes towards Same-sex Marriage
Author(s)
Organization
Abstract
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒที่มีต่อการสมรสโดยถูกต้องตาม
กฎหมายของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และเพื่อหาเหตุผลของการสนับสนุนหรือคัดค้านการออกกฎหมายการสมรสเพศเดียวกัน
ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่จาเป็นในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิตให้ผ่านและ
ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ โดยเป็นการวิจัยเชิงบูรณาการ คือ แบบผสมผสาน (Mix Method Research) เชิงปริมาณได้เก็บ
รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทุกชั้นปีและทุกเพศจากการสุ่มอย่างง่ายจานวน 453 คน โดยการตอบแบบสอบถามออนไลน์
และเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์นิสิตทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือก คละเคล้ากันไปทุกชั้นปี
โดยกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเพศทางเลือกนั้น ผู้วิจัยคัดเลือกด้วยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) และสำหรับ
กลุ่มตัวอย่างเพศชายและเพศหญิง ผู้วิจัยคัดเลือกโดยการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) จำนวนทั้งหมด 15 คน
ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะให้มีกฎหมายรับรองการใช้ชีวิตคู่โดยถูกต้องตาม
กฎหมายของคู่รักเพศเดียวกันในประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่าคนทุกคนไม่ว่าเพศใดก็ตามควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน หากไม่มี
กฎหมายรับรองสถานะการใช้ชีวิตคู่ของคู่รักเพศเดียวกันแล้วจะเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และยังเห็นว่าหากจะ
มีกฎหมายใดเพื่อออกมารับรองสิทธิแล้ว ควรจะเป็นกฎหมายเพื่อให้จดทะเบียนสมรสกันมากกว่าที่จะจดทะเบียนคู่ชีวิต
เนื่องจากจะทาให้ได้สิทธิและประโยชน์เท่ากับคู่สมรสชายหญิง นอกจากนี้ในงานวิจัยยังมีข้อเสนอแนะว่ารัฐบาลควรมีมาตรการ
เพื่อช่วยเหลือการใช้ชีวิตคู่ของคู่รักเพศเดียวกัน เช่น รัฐบาลควรเร่งรีบเสนอกฎหมายเพื่อให้ผ่านความเห็นชอบของฝ่ายนิติ
บัญญัติในการออกกฎหมายเพื่อรับรองสิทธิในการอยู่กินร่วมกันได้ หรือควรกำหนดสัดส่วนที่นั่งในสภาให้คนที่มีความ
หลากหลายทางเพศได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผลักดันกฎหมายให้กับคนกลุ่มนี้ และรัฐควรร่วมมือกับองค์กร
พัฒนาเอกชน (NGOs) หรือองค์กรและมูลนิธิที่ทางานรณรงค์สิทธิของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ และสื่อมวลชนในการ
รณรงค์ให้มีการนำเสนอภาพลักษณ์ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในทางสร้างสรรค์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจความรู้สึก
นึกคิดและสิทธิของคนกลุ่มนี้
Description
รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ SMARTS ครั้งที่ 10
