Publication: ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สารสนเทศและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของกลุ่มวัยทำงาน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
4
1
Issued Date
2022
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
ธนัฏฐา สุวรรณากาศ (2022). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สารสนเทศและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของกลุ่มวัยทำงาน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/53704
Alternative Title(s)
The correlation between information perception and preventive behaviors of covid-19 among working age peoplein bangkok metropolitan
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
This article presents the impact of information perception to the preventive behavior of COVID-19 among working age people in the Bangkok metropolitan area. The objectives of this research are as follows: (1) to study the perception of information about COVID-19; (2) to compare the information about and perception of COVID-19 as classified by gender, age, and education level; and (3) to study corelation between the information, perception and the preventive behavior of COVID-19. By using quantitative research methods, the sample group in this research consisted of 421 working age people in the Bangkok metropolitan area. The data collection tool was a questionnaire. The data were analyzed by calculating the frequency, percentage, mean and standard deviation. The hypothesis was tested with t-test and one-way ANOVA statistics and a structural equation model (SEM) was used to analyze the correlation between the information, perception and the preventive behavior of COVID-19. The results showed that overall information perception was at a high level (x̄ = 4.14). When considering each part, it was found that all aspects of information perception were at a high level, including information retention (x̄ = 4.28), following by information understanding and interpretation (x̄ = 4.18), and information exposure (x̄ = 4.00) respectively. The anlysis of the hypothesis revealed that education level significantly impacted information perception of COVID-19 at a .05 level of significance. However, gender and age group did not significatly affect overall information perception of COVID-19. The results of the SEM found that the measurement model was well fitted to the empirical data. This implied that the information perception influenced the preventive behavior from the COVID-19 outbreak among working-age people in the Bangkok metropolitan area.
งานวิจัยนี้นำเสนอการรับรู้สารสนเทศที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของกลุ่มวัยทำงาน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 2) เปรียบเทียบการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 จำแนกตามเพศ ช่วงอายุ และระดับการศึกษา และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สารสนเทศและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 421 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test และ one-way ANOVA วิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้างเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สารสนเทศและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.14) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การรับรู้สารสนเทศอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การเก็บรักษาสารสนเทศ (x̄ = 4.28) รองลงมาคือ การทำความเข้าใจและตีความหมายสารสนเทศ (x̄ = 4.18) และการเปิดรับสารสนเทศ (x̄ = 4.00) ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 พบว่า ระดับการศึกษาแตกต่างกันมีระดับการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเพศแตกต่างกัน และกลุ่มอายุแตกต่างกัน มีการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 โดยรวมไม่แตกต่างกัน ผลการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง พบว่าโมเดลตามสมมติฐานมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี แสดงว่า การรับรู้สารสนเทศมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโควิด-19 ของกลุ่มวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
งานวิจัยนี้นำเสนอการรับรู้สารสนเทศที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของกลุ่มวัยทำงาน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 2) เปรียบเทียบการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 จำแนกตามเพศ ช่วงอายุ และระดับการศึกษา และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สารสนเทศและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 421 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test และ one-way ANOVA วิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้างเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สารสนเทศและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโรคโควิด-19 ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.14) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การรับรู้สารสนเทศอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การเก็บรักษาสารสนเทศ (x̄ = 4.28) รองลงมาคือ การทำความเข้าใจและตีความหมายสารสนเทศ (x̄ = 4.18) และการเปิดรับสารสนเทศ (x̄ = 4.00) ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 พบว่า ระดับการศึกษาแตกต่างกันมีระดับการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเพศแตกต่างกัน และกลุ่มอายุแตกต่างกัน มีการรับรู้สารสนเทศโรคโควิด-19 โดยรวมไม่แตกต่างกัน ผลการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง พบว่าโมเดลตามสมมติฐานมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี แสดงว่า การรับรู้สารสนเทศมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการระบาดของโควิด-19 ของกลุ่มวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
Degree Name
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)
Degree Discipline
สารสนเทศศึกษา
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
