Publication: ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและตาแหน่งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
0
0
Issued Date
2015
Resource Type
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
ทิพยาพร นิลวิเชียร, มาฆ วจนะวิศาล, กัญญา ชื่นชม, สิรภพ พ้นภัย, หฤษฎ์ โคกผา (2015). ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและตาแหน่งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ. Retrieved from: https://hdl.handle.net/20.500.14740/11447
Alternative Title(s)
Analyze the Risk Areas and Compare the Areas with the Accident Reports
Organization
Abstract
การวิจัยเรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสารประจำทางสาย 8 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ในการหาพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเปรียบเทียบกับข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสารประจำทางสาย 8 โดยใช้กระบวนการวิจัยเพื่อค้นหาข้อมูลเบื้องต้น เพื่อตรวจสอบยืนยัน ข้อมูลตามสถานการณ์จริงในจุดเสี่ยงที่มีความเร็วรถสูง และตรวจสอบลักษณะทางกายภาพเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่เคยเกิดอุบัติเหตุ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อตรวจสอบความเร็วของรถโดยสารประจำทางสาย 8 โดยใช้เครื่องมือ ระบบกาหนดตำแหน่งบนโลก หรือจีพีเอส (Global Positioning System: GPS) ในการเก็บค่าข้อมูลแบ่งเป็นช่วงเวลาเช้าและช่วงเวลาค่า หาความเร็วเฉลี่ยรถโดยสารประจำทางสาย 8 ในแต่ละช่วงที่กำหนด (20 ช่วง) ตั้งค่าการบันทึกทุกๆ 10 วินาที หาค่าอัตราเร็วเฉลี่ยของรถโดยสารฯ ในแต่ละช่วงด้วยโปรแกรม Arcmap นาไปเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่เคยเกิดอุบัติเหตุร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยทางด้านกายภาพของถนน สภาพการจราจรที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ นำผลที่ได้ไปใช้เพื่อวางแนวทางแก้ไขป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุต่อไป จากการวิจัยพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดพบบริเวณถนนลาดพร้าวและถนนพหลโยธิน (ช่วง สถานี BTS) ซึ่งช่วงถนนดังกล่าวรถประจำทางสาย 8 มีความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 30 กม./ชม. อยู่ในช่วงความเร็วเฉลี่ยต่ำถึงปานกลางสัมพันธ์กับปัจจัยทางกายภาพที่เกี่ยวข้องได้แก่ ขนาดและจำนวนช่องทางเดินรถที่แคบและน้อย (ไม่เกิน 3 ช่องทางวิ่ง) ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีการจราจรหนาแน่นมาก มีทางร่วมทางแยกจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างกระทันหันเพื่อทำเวลาชดเชยการจราจรที่ติดขัด ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงถนนอื่นๆ ที่สามารถใช้ความเร็วได้สูงกว่า เนื่องจากการจราจรที่คล่องตัวกว่า
Description
การประชุมวิชาการระดับชาติ SMARTs ครั้งที่ 5
