Publication: การพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษเรื่อง สารละลายกรด-เบส เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสำหรับนิสิตวิชาชีพครู
4
2
Issued Date
2020-08-30
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
Vitavas Jumpathong, วิทวัส จำปาทอง (2020). การพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษเรื่อง สารละลายกรด-เบส เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสำหรับนิสิตวิชาชีพครู. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/54228
Alternative Title(s)
Development of stem activity by using microfluidic paper-based analytical devices on acid-base solutions to enhance creativityand innovation skills for pre-service teachers
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
This research aimed to develop STEM activity by using microfluidic paper-based analytical devices to achieve lesson efficiency and based on the efficiency criteria that seventy percent of pre-service teachers had creativity and innovation skills at good level and in comparison to the creativity and innovation skills and posttest average scores of pre-service teachers after studying with a STEM activity on an acid-base solutions topic. The target group in this study consisted of twenty-two fourth year undergraduate students in the Chemistry Education Program at Srinakharinwirot University. They were selected using the purposive sampling method. The research instruments used in this study consisted of a STEM activity that used a microfluidic paper-based analytical devices guidebook on acid-base solutions topic and a creativity and innovation skills assessment form. The statistics used for data analysis were mean, standard deviation, percentage, and a t-test for One Sample. The results revealed the following: (1) the STEM activity was 100 percent effective, which was higher than the set criteria; and (2) all of the pre-service teachers who studied by using this STEM activity achieved posttest average scores in creativity and innovation skills that were higher than the criteria of 70 percent at a statistically significant level of .01.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ คือ นิสิตวิชาชีพครู ร้อยละ 70 มีคะแนนทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอยู่ในระดับดีขึ้นไป และเพื่อเปรียบเทียบคะแนนทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเฉลี่ยหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง สารละลายกรด-เบส ของนิสิตระดับปริญญาตรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยนี้ เป็นนิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 22 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือกิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส และแบบประเมินทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละและการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสถิติ t-test for One Sample สามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้ (1) กิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส มีประสิทธิภาพเท่ากับร้อยละ 100 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (2) นิสิตระดับปริญญาตรีที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส มีคะแนนทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเฉลี่ยหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ คือ นิสิตวิชาชีพครู ร้อยละ 70 มีคะแนนทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอยู่ในระดับดีขึ้นไป และเพื่อเปรียบเทียบคะแนนทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเฉลี่ยหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง สารละลายกรด-เบส ของนิสิตระดับปริญญาตรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยนี้ เป็นนิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 22 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือกิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส และแบบประเมินทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละและการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสถิติ t-test for One Sample สามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้ (1) กิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส มีประสิทธิภาพเท่ากับร้อยละ 100 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (2) นิสิตระดับปริญญาตรีที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษ เรื่อง สารละลายกรด-เบส มีคะแนนทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเฉลี่ยหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Description
MASTER OF EDUCATION (M.Ed.)
การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)
การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
