Publication: รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ กลุ่มช่วงวัยทำงาน: วิเคราะห์เมต้าและโมเดลเชิงสาเหตุ
9
4
Issued Date
2021
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
อังศินันท์ อินทรกำแหง, พิชชาดา ประสิทธิโชค (2021). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ กลุ่มช่วงวัยทำงาน: วิเคราะห์เมต้าและโมเดลเชิงสาเหตุ. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/10649
Alternative Title(s)
Health Literacy in Using Food Complementary Product among Working Age Group:: Meta-Analysis and Causal Model
Author(s)
Organization
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะของงานวิจัยที่เกี่ยวกับความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของกลุ่มช่วงวัยทำงาน และ เปรียบเทียบผลของความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของกลุ่มช่วงวัยทำงาน และ 2) ตรวจสอบโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและค้นหาขนาดอิทธิพลที่มีต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและพฤติกรรมสุขภาพพอเพียงของผู้ใหญ่วัยทำงาน โดยการศึกษาครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ใช้การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบด้วยการศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ถึง ค.ศ. 2021 ในฐานข้อมูล PubMed, SCOPUS, ClinicalKey, Google Scholar และการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของกลุ่มช่วงวัยทำงาน Thai Journals Online (ThaiJO) ได้บทความวิจัยที่ผ่านการคัดเลือก 25 ฉบับ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการของโคเฮน (Cohen’s d) และระยะที่ 2 เป็นการศึกษา SEM โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ใหญ่ไทยวัยทำงานที่มีอายุ 20-59 ปี 696 คน ด้วยการสุ่มแบบ Cluster Random Sampling เก็บข้อมูลด้วยแบบวัด rating scale 5 ระดับ ที่มีค่าความเชื่อมั่นของครอนบาคอยู่ระหว่าง 0.93 ถึง 0.96 วิเคราะห์ด้วย SEM
ผลการศึกษาระยะที่ 1 พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของกลุ่มวัยทำงานมีค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.423 (95% CI = 0.249-0.598) รองลงมาคือ การเปิดเผยการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.220 (95% CI = 0.087-0.353) ส่วนความรอบรู้ด้านสุขภาพ ไม่มีผลต่อความตระหนักรู้โฆษณาเสริมอาหาร การค้นพบนี้มีนัยสำคัญทางสาธารณสุข นำไปสู่การพัฒนา interventions และพัฒนา นโยบายในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสร้างเครือข่ายดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของทุกภาคส่วน ผลการศึกษาระยะที่ 2 พบว่า 1) โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยค่าดัชนีความกลมกลืนที่ยอมรับได้ 2) การสนับสนุนทางสังคม ความตระหนักรู้โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มีอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมสุขภาพพอเพียง (ค่าเบต้า เท่ากับ 0.33, 0.20 และ 0.13 ตามลำดับ, P<.05) โดยปัจจัยทั้งสาม ร่วมกันทำนายพฤติกรรมสุขภาพพอเพียง ได้ร้อยละ 34.00, และ3) การสนับสนุนทางสังคม และความตระหนักรู้โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มีอิทธิพลทางตรงต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (ค่าเบต้า เท่ากับ 0.36 และ 0.57 ตามลำดับ, P<.05) โดยปัจจัยทั้งสองร่วมกันทำนาย ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ได้ร้อยละ 67.00
