Publication: การพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพื่อส่งเสริมแนวคิดทางเคมีและทักษะในศตวรรษที่ 21 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
20
5
Issued Date
2019-07-19
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
Norapon Khonsoong, นรพนธ์ คนสูง (2019). การพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพื่อส่งเสริมแนวคิดทางเคมีและทักษะในศตวรรษที่ 21 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/54257
Alternative Title(s)
Development of stem activity in chemistry on factors affecting the rate of chemical reactions to enhance chemistry concepts and twenty-first century skills for the high school level
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
This research aims to develop the STEM activity for chemistry on factors affecting the rate of a chemical reactions to enhance chemistry concepts and twenty-first century skills for high school level. The developed STEM activity was evaluated by experts. The evaluation results revealed that the elements of the lesson were correlated at a high criteria. The efficiency of the STEM activity, which were collected from twenty-nine students, with a 93.10 percentage that was higher than the set criteria. In comparison, the conception of factors affecting the rate of chemical reactions and twenty-first century skills pretest and posttest score in the experimental group using a t-test for dependent samples. The twenty-first century skills posttest scores in the experimental group and control group were compared by using a t-test for independent samples. following the STEM activity, the experimental group got higher posttest scores than pretest score at a .01 level of significance, and higher posttest scores than the control group at a .05 level of significance in terms of chemistry conception. The study of twenty-first century skills, the experimental group had higher posttest scores than pretest score at a .01 level of significance, and higher posttest scores than the control group at a .01 level of significance.
งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เพื่อส่งเสริมแนวคิดทางเคมีและทักษะในศตวรรษที่ 21 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในขั้นตอนการพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษา ผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีความเหมาะสมขององค์ประกอบอยู่ในระดับเหมาะสมมาก จากนั้นนำกิจกรรมสะเต็มศึกษาไปหาประสิทธิภาพกับนักเรียน 29 คน พบว่ากิจกรรมสะเต็มศึกษามีประสิทธิภาพร้อยละ 93.10 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ในการเปรียบเทียบคะแนนแนวคิดเรื่องปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาและคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21 ก่อนกับหลังเรียนในกลุ่มทดลองใช้วิธีการทางสถิติ t-test for dependent samples และการเปรียบเทียบคะแนนแนวคิดเรื่องปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาหลังเรียนและคะแนนทักษะทักษะในศตวรรษที่ 21 หลังเรียนในกลุ่มทดลองเทียบกับกลุ่มควบคุมใช้วิธีการทางสถิติ t-test for independent samples ผลการศึกษาพบว่านักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนแนวคิดสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีคะแนนแนวคิดหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และจากผลการศึกษาทักษะในศตวรรษที่ 21 พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21หลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา เพื่อส่งเสริมแนวคิดทางเคมีและทักษะในศตวรรษที่ 21 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในขั้นตอนการพัฒนากิจกรรมสะเต็มศึกษา ผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีความเหมาะสมขององค์ประกอบอยู่ในระดับเหมาะสมมาก จากนั้นนำกิจกรรมสะเต็มศึกษาไปหาประสิทธิภาพกับนักเรียน 29 คน พบว่ากิจกรรมสะเต็มศึกษามีประสิทธิภาพร้อยละ 93.10 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ในการเปรียบเทียบคะแนนแนวคิดเรื่องปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาและคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21 ก่อนกับหลังเรียนในกลุ่มทดลองใช้วิธีการทางสถิติ t-test for dependent samples และการเปรียบเทียบคะแนนแนวคิดเรื่องปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาหลังเรียนและคะแนนทักษะทักษะในศตวรรษที่ 21 หลังเรียนในกลุ่มทดลองเทียบกับกลุ่มควบคุมใช้วิธีการทางสถิติ t-test for independent samples ผลการศึกษาพบว่านักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนแนวคิดสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีคะแนนแนวคิดหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และจากผลการศึกษาทักษะในศตวรรษที่ 21 พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21หลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Description
MASTER OF EDUCATION (M.Ed.)
การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)
การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
