Publication: ชุดของไพรเมอร์ (primer) และตัวตรวจจับสำเร็จรูป หรือ โพรบ (probe) สังเคราะห์ ที่อยู่บนอนุภาคนาโนของโลหะทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) โดยใช้ยีนลิสเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin O (hly), วิธีการตรวจสารพันธุกรรม และชุดตรวจสารพันธุกรรมสำหรับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนสในอาหาร
0
0
Issued Date
2020
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
(2020). ชุดของไพรเมอร์ (primer) และตัวตรวจจับสำเร็จรูป หรือ โพรบ (probe) สังเคราะห์ ที่อยู่บนอนุภาคนาโนของโลหะทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) โดยใช้ยีนลิสเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin O (hly), วิธีการตรวจสารพันธุกรรม และชุดตรวจสารพันธุกรรมสำหรับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนสในอาหาร. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/10176
Abstract
การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับชุดของไพรเมอร์ (primer) และตัวตรวจจับสำเร็จรูป หรือ โพรบ (probe) สังเคราะห์ ที่อยู่บนอนุภาคนาโนของโลหะทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) โดยใช้ยีน ลิสเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin o (hly), วิธีการตรวจสารพันธุกรรม และชุดตรวจสาร พันธุกรรมสำหรับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส CListeria monocytogenes) ใน อาหาร โดยการออกแบบไพรเมอร์และตัวตรวจจับสำเร็จรูปที่ติดฉลากบนผิวอนุภาคทองคำ สำหรับ ตรวจเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (LA/eria monocytogenes) A เสัน จากลำดับเบสในส่วนของยีนลิ สเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin o (hly) ที่จำเพาะต่อเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ซึ่งตัวตรวจจับสำเร็จรูปจะติดฉลากด้วยไทออล (Thiol) และทำการติดฉลากบนผิว อนุภาคทองคำด้วยพันธะซัลไฟล์ ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 60-70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) หลังจากนั้นนำผลิตภัณฑ์ แลมปึ (LAMP products) ไปทำปฏิกิริยากับตัวตรวจจับสำเร็จรูปที่ติดฉลากบนผิวอนุภาคทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) ที่ออกแบบอย่างจำเพาะต่อผลิตกัณฑ์แลมป์ (LAMP products) แล้วให้ความ ร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ต่ออีก 10 นาที ต่อจากนั้นเติมสารละลายเกลือแมกนีเซียมชัลเฟต ลง ไปในสารละลาย รอเวลา 5-15 นาที แล้วอ่านผลการตรวจ ------------ ------27/04/2561------(OCR) หน้าที่ 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับชุดของไพรเมอร์ (primer) และตัวตรวจจับสำเร็จรูป หรือ โพรบ (probe) สังเคราะห์ ที่อยู่บนอนุภาคนาโนของโลหะทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) โดยใช้ยีน ลิสเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin O (hly), วิธีการตรวจสารพันธุกรรม และชุดตรวจสาร พันธุกรรมสำหรับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes) ใน อาหาร โดยการออกแบบไพรเมอร์และตัวตรวจจับสำเร็จรูปที่ติดฉลากบนผิวอนุภาคทองคำ สำหรับ ตรวจเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) 4 เส้น จากลำดับเบสในส่วนของยีนลิ สเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin O (hly) ที่จำเพาะต่อเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ซึ่งตัวตรวจจับสำเร็จรูปจะติดฉลากด้วยไทออล (Thiol) และทำการติดฉลากบนผิว อนุภาคทองคำด้วยพันธะซัลไฟด์ ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 60-70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) หลังจากนั้นนำผลิตภัณฑ์ แลมป์ (LAMP products) ไปทำปฏิกิริยากับตัวตรวจจับสำเร็จรูปที่ติดฉลากบนผิวอนุภาคทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) ที่ออกแบบอย่างจำเพาะต่อผลิตภัณฑ์แลมป์ (LAMP products) แล้วให้ความ ร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ต่ออีก 10 นาที ต่อจากนั้นเติมสารละลายเกลือแมกนีเซียมซัลเฟต ลง ไปในสารละลาย รอเวลา 5-15 นาที แล้วอ่านผลการตรวจ ------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับชุดของไพรเมอร์ (primer) และตัวตรวจจับสำเร็จรูป หรือ โพรบ (probe) สังเคราะห์ ที่อยู่บนอนุภาคนาโนของโลหะทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) โดยใช้ยีน ลิสเทอริโอไลซิน โอ หรือ Listeriolysin O (hly), วิธีการตรวจสารพันธุกรรม และชุดตรวจสาร พันธุกรรมสำหรับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes) ใน อาหาร โดยการออกแบบไพรเมอร์และตัวตรวจจับสำเร็จรูปที่ติดฉลากบนผิวอนุภาคทองคำ สำหรับ ตรวจเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) 4 เส้น จากลำดับเบสในส่วนของยีนลิ สเทอริโอไลซbน โอ หรือ Listeriolysin O (hly) ที่จำเพาะต่อเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ซึ่งตัวตรวจจับสำเร็จรูปจะติดฉลากด้วยไทออล (Thiol) และทำการติดฉลากบนผิว อนุภาคทองคำด้วยพันธะซัลไฟล์ ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 60-70 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในกล่องให้ความร้อน (heating block) หลังจากนั้นนำ ผลิตภัณฑ์แลมป์ (LAMP products) ไปทำปฏิกิริยากับตัวตรวจจับสำเร็จรูปที่ติดฉลากบนผิวอนุภาค ทองคำ (Gold nanoparticles DNA probe) ที่ออกแบบอย่างจำเพาะต่อผลิตภัณฑ์แลมป์ (LAMP products) แล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ต่ออีกประมาณ 10 นาที ต่อจากนั้นเติม สารละลายเกลือแมกนีเซียมซัลเฟต ลงไปในสารละลาย รอเวลาประมาณ 5-15 นาที แล้วอ่านผลการ ตรวจ
