Publication: การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันโดยการใช้กิจกรรมนาฏศิลป์บำบัดตามทฤษฎี LSVT BIG
1
0
Issued Date
2023
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Bibliographic Citation
วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, ปีที่ 7 ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม 2566)
Suggested Citation
วิภาพร ปลั่งกลาง, ระวิวรรณ วรรณวิไชย, วรพล อร่ามรัศมีกุล การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันโดยการใช้กิจกรรมนาฏศิลป์บำบัดตามทฤษฎี LSVT BIG. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, ปีที่ 7 ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม 2566). สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/12830
Alternative Title(s)
THE DEVELOPMENT OF MOVEMENT SKILLS IN PATIENTS WITH PARKINSON’S DISEASE BY USING THE DANCE THERAPY ACTIVITIES ACCORDING TO LSVT BIG THEORY
Organization
Abstract
การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันโดยการใช้กิจกรรมนาฏศิลป์บำบัดตามทฤษฎีLSVT BIG มีวัตุประสงค์สำคัญ เพื่อออกแบบชุดกิจกรรม และศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมนาฏศิลป์บำบัดตามทฤษฎี LSVT BIGในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันโดยเป็นการวิจัยเชิงพัฒนา การพัฒนากิจกรรมนาฏศิลป์บำบัด และการวิจัยเชิงทดลองโดยการศึกษาในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน จำนวน8คน ผลการศึกษาพบว่า ชุดกิจกรรมนาฏศิลป์บำบัดมีการประยุกต์ใช้ท่านาฏยศิลป์อีสานที่เน้นเฉพาะในเรื่องของการทรงตัวมีการเคลื่อนไหวที่กว้างและใหญ่มีความสอดคล้องกับทฤษฎีLSVT BIGมีการยืดเหยียดที่ตึงที่สุดทุกท่าโดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น1กิจกรรมหลัก และ3 กิจกรรมย่อย ดังนี้กิจกรรมหลัก ชุดกิจกรรมนาฏศิลป์บำบัดตามทฤษฎีLSVT BIGจากท่านาฏยศิลป์อีสานที่สอดคล้องกับทฤษฎีLSVT BIGเรียงจากกระบวนท่าที่เคลื่อนไหวที่เริ่มจากช่วงบนของร่างกายไปจนถึงทุกช่วงของร่างกายทำให้ผู้ปฏิบัติจะต้องใช้แรงและสมาธิในการเคลื่อนไหวสูงใช้ระยะเวลาในการทำกิจกรรมจำนวน4 สัปดาห์สัปดาห์ละ 4 ครั้ง รวมเป็น16 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที จากการวิเคราะห์ด้วยสถิติ t-test พบว่า การทดสอบ Five Time sit to stand มีค่าเฉลี่ยก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ที่17.89 วินาที และหลังเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ที่12.59 วินาที ใช้ระยะเวลาน้อยกว่าก่อนใช้ชุดกิจกรรมมีความต่างเท่ากับ5.30วินาทีและการทดสอบTime up and go test มีค่าเฉลี่ยก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ที่16.87 วินาทีและหลังเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ที่ 10.94 วินาทีใช้ระยะเวลาน้อยกว่าก่อนใช้ชุดกิจกรรมมีความต่างเท่ากับ 5.93 วินาที
