Publication: ปัจจัยทางจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตของวัยรุ่นตอนต้นในเขตกรุงเทพมหานคร
41
7
Issued Date
2024
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
ผกามาศ มินเดอร์ (2023). ปัจจัยทางจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตของวัยรุ่นตอนต้นในเขตกรุงเทพมหานคร. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/53715
Alternative Title(s)
Psychosocial factors related to phychological well-beingof the early adolescent in bangkok
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
This research aims to study the combined predictive ability of self-efficacy, optimism, self-compassion, and social support on the mental well-being of early adolescents studying in Mathayom Suksa Three in Bangkok. The sample used in this research consisted of 264 early adolescents studying in Mathayom Suksa Three in Bangkok, using the convenience sampling method, which included a psychosocial well-being questionnaire, a self-compassion questionnaire, a social support questionnaire, a self-efficacy questionnaire, and optimism questionnaire. The following statics were used to the data: the reliability coefficient is .795-.907. The data was then analyzed using Pearson correlation and multiple regression analysis. The results showed that mental well-being has a positive correlation with self-efficacy (r = .526, p < .01), optimism (r = .573, p < .01), self-compassion (r = .469, p < .01), and social support (r = .582, p < .01).The data analysis involved Pearson correlation coefficients and multiple regression analysis. The results showed social support was found to have the greatest predictive influence on psychosocial well-being (β = .307, p < .001), followed by self-efficacy (β = .290, p < .001), optimism (β = .155, p < .01), and self-compassion (β = .123, p < .01). These four variables together could predict 47.8% of psychosocial well-being.
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสามารถในการทำนายร่วมกันของการรับรู้ความสามารถของตนเอง การมองโลกในแง่ดี ความกรุณาต่อตนเอง การสนับสนุนทางสังคมที่มีต่อสุขภาวะทางจิตของวัยรุ่นตอนตันที่กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ วัยรุ่นตอนต้นที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 264 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการเลือกตามสะดวก เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบวัดตามตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่แบบวัดสุขภาวะทางจิต แบบวัดความกรุณาต่อตนเอง แบบวัดการสนับสนุนทางสังคม แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตน แบบวัดการมองโลกในแง่ดี ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตรประเมินรวมค่า เมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่ามีค่าความเชื่อมั่นตั้งแต่ .795-.907 จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สันและวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหคูณผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า สุขภาวะทางจิตมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้ความสามารถของตน (r = . 526, p < .01) การมองโลกในแง่ดี (r =.573 , P < .01) ความกรุณาต่อตนเอง (r = 469 . P < .01) และการสนับสนุนทางสังคม r = .582 , P < .01) และพบว่าการสนับสนุนทางสังคม ( = 307 P < .00 1) มีอิทธิพลในการทำนายสุขภาวะทางจิตมากที่สุด รองลงมาได้แก่การรับรู้ความสามารถของตน (P = .290, p < .001) การมองโลกในแง่ดี (B = .155, p
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสามารถในการทำนายร่วมกันของการรับรู้ความสามารถของตนเอง การมองโลกในแง่ดี ความกรุณาต่อตนเอง การสนับสนุนทางสังคมที่มีต่อสุขภาวะทางจิตของวัยรุ่นตอนตันที่กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ วัยรุ่นตอนต้นที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 264 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการเลือกตามสะดวก เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบวัดตามตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่แบบวัดสุขภาวะทางจิต แบบวัดความกรุณาต่อตนเอง แบบวัดการสนับสนุนทางสังคม แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตน แบบวัดการมองโลกในแง่ดี ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตรประเมินรวมค่า เมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่ามีค่าความเชื่อมั่นตั้งแต่ .795-.907 จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สันและวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหคูณผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า สุขภาวะทางจิตมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้ความสามารถของตน (r = . 526, p < .01) การมองโลกในแง่ดี (r =.573 , P < .01) ความกรุณาต่อตนเอง (r = 469 . P < .01) และการสนับสนุนทางสังคม r = .582 , P < .01) และพบว่าการสนับสนุนทางสังคม ( = 307 P < .00 1) มีอิทธิพลในการทำนายสุขภาวะทางจิตมากที่สุด รองลงมาได้แก่การรับรู้ความสามารถของตน (P = .290, p < .001) การมองโลกในแง่ดี (B = .155, p
Degree Name
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)
Degree Discipline
จิตวิทยาพัฒนาการ
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
