Publication: การศึกษาบทบาทของภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม
13
6
Issued Date
2023
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
กันนิกา นาขันดี, ปรีชญาณ์ นักฟ้อน (2023). การศึกษาบทบาทของภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/10662
Alternative Title(s)
A STUDY OF THE ROLES OF NETWORK PARTNERS INVOLVED IN THE MANAGEMENT
OF EDUCATIONAL RESOURCES OF KOH CHANG WITTAYAKHOM SCHOOL
Author(s)
Organization
Abstract
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาตัวแสดงและบทบาทของตัวแสดงทางนโยบายที่มีส่วน
ร่วมในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม (2) เพื่อศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ ระหว่าง
ตัวแสดงทางนโยบายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกาะช้าง
วิทยาคมซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์และวิเคราะห์เอกสาร ในการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
ในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม พบว่า ตัวแสดงทางนโยบายมีส่วนร่วมในการ
บริหารทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม มี 2 ลักษณะ ดังนี้ 1.ตัวแสดงในภาครัฐ ประกอบไป
ด้วย โรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สถานศึกษาอื่น และหน่วยงานภาครัฐอื่น 2.ตัวแสดงนอกภาครัฐ ประกอบด้วย ผู้นําท้องถิ่น กลุ่มองค์กร ผู้ปกครอง
นักเรียน ชุมชน วัด สถานประกอบการ โรงแรม รีสอร์อท และกลุ่มอาสาสมัคร ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแดงเป็น
ความสัมพันธ์ในแนวราบ การมีส่วนร่วมเป็นไปตามศักยภาพของตัวแสดงและบริบทของพื้นที่ในเชิงความร่วมมือ
ระหว่างกัน ในลักษณะของเครือข่ายเชิงพื้นที่ และเครือข่ายเชิงประเด็นกิจกรรม เป็นความสัมพันธ์ที่พึ่งพาระหว่างตัว
แสดงในเครือข่าย การพึ่งพาอาศัยกันทําให้เครือข่ายมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และรับผลประโยชน์
ร่วมกัน แต่ความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการนี้กลับส่งผลให้การบริหารทรัพยากรทางการศึกษาเป็นไปได้อย่างราบรื่น
โดยเฉพาะการกําหนดจุดมุ่งหมายเป็นเงื่อนไขสําคัญของการทํางานเครือข่ายที่นําไปสู่ความสําเร็จ โดยมีโรงเรียนเป็น
แกนหลักในการดําเนินการ และมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นตัวแสดงที่คอยให้คําปรึกษาเชื่อมการ
ประสานความร่วมมือระหว่างตัวแสดง การดําเนินงานของเครือข่ายไม่ได้มีการวางกลไกที่แข็งแรง หรือการวางรูปแบบ
การทํางานที่ชัดเจน กลไกและรูปแบบของเครือข่ายจะแปรผันตามกิจกรรมรายกิจกรรมที่ทางโรงเรียนกําหนดเป็น
ประเด็นขึ้นมาในขณะนั้น แต่ความสัมพันธ์ของตัวแสดงในเครือข่ายนโยบายต่างหากที่มีความแข็งแรง ซึ่งเป็นกลไก
สําคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม โดย
หน่วยงานภาครัฐ มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานเท่านั้น
