Publication: ผลของโปรแกรมฝึกทักษะการกำกับอารมณ์ร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ต่อพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายในนักศึกษาพยาบาล : การวิจัยผสานวิธี
7
2
Issued Date
2024-07-19
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
Krisada Tongtub, กฤษดา ทองทับ (2024). ผลของโปรแกรมฝึกทักษะการกำกับอารมณ์ร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ต่อพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายในนักศึกษาพยาบาล : การวิจัยผสานวิธี. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/54844
Alternative Title(s)
The effect of the emotional regulation skills trainingwith enhancing regulatory emotional self-efficacy programon suicidal risk behavior in nursing students : mixed methods research
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
This research is a mixed methods study. There are three objectives: (1) to study the factors related to emotional regulation and suicide risk behavior; (2) to study the factors related to the development of regulatory emotional self-efficacy; and (3) to study the effect of an emotional regulation skills training with enhanced regulatory emotional self-efficacy program on suicidal risk behavior among nursing students. The study is divided into two phases: Phase 1 is qualitative research. The sample group consisted of nursing students who met the specified criteria and parents of nursing students. The data were collected using in-depth interviews. The results described factors related to suicidal behavior include a lack of ability to cope with emotional stressful situations. The factors related to emotional regulation are knowledge, and an awareness and an ability to cope with emotional stressful situations, experiences in managing emotions and social support. The factors related to the development of regulatory emotional self-efficacy are knowledge and awareness of emotion regulation, experiences using strategies for regulating emotions, role models, teachers and educational institutions, and consultants. Phase 2 is quasi-experimental research, and the researcher used qualitative results. The sample group consisted of 40 nursing students and 20 in the experimental group who received the program and 20 in the control group without the program. The study found that after the experiment, the results of the mean score of regulatory emotional self-efficacy and a mean score of suicide risk behavior. There are different variances at a statistically significant level of .05, with an effect size or partial eta squared of .351 and the experimental group also had higher regulatory emotional self-efficacy and lower suicide risk behavior scores in the post-experimental compared with pre-experimental period at a statistically significant level of .05.
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีในรูปแบบเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำกับอารมณ์และพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายหรือการตัดสินใจทำร้ายตนเอง 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ และ 3) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมฝึกทักษะการกำกับอารมณ์ร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ต่อพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายในนักศึกษาพยาบาล โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ปกครองนักศึกษาพยาบาล เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า 1.ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายหรือการตัดสินใจทำร้ายตัวเอง ได้แก่ 1) ความสามารถในการเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้เกิดอารมณ์เชิงลบ 2) ความสามารถในการจัดการความเครียด และ 3) การมีสติ 2. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำกับอารมณ์ ได้แก่ 1) ความรู้และความตระหนักเรื่องการกำกับอารมณ์ 2) การฝึกฝนการกำกับอารมณ์ 3) การฝึกทักษะการจัดการความเครียด และ 4) การมีแหล่งช่วยเหลือ 3. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ ได้แก่ 1) องค์ความรู้และความตระหนักเรื่องการกำกับอารมณ์ 2)ประสบการณ์การใช้กลยุทธ์ในการกำกับอารมณ์ 3) การมีแบบอย่าง 4) อาจารย์และหน่วยงานการศึกษา 5) การอบรมสั่งสอน และ 6) การมีที่ปรึกษาคอยรับฟัง ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีการวัดผลก่อนและหลังการได้รับโปรแกรมฝึกทักษะการกำกับอารมณ์ร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาล จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คนและกลุ่มควบคุม 20 คน ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลองผลของค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์และค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีความแปรปรวนที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีในรูปแบบเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำกับอารมณ์และพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายหรือการตัดสินใจทำร้ายตนเอง 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ และ 3) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมฝึกทักษะการกำกับอารมณ์ร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ต่อพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายในนักศึกษาพยาบาล โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ปกครองนักศึกษาพยาบาล เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า 1.ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายหรือการตัดสินใจทำร้ายตัวเอง ได้แก่ 1) ความสามารถในการเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้เกิดอารมณ์เชิงลบ 2) ความสามารถในการจัดการความเครียด และ 3) การมีสติ 2. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำกับอารมณ์ ได้แก่ 1) ความรู้และความตระหนักเรื่องการกำกับอารมณ์ 2) การฝึกฝนการกำกับอารมณ์ 3) การฝึกทักษะการจัดการความเครียด และ 4) การมีแหล่งช่วยเหลือ 3. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ ได้แก่ 1) องค์ความรู้และความตระหนักเรื่องการกำกับอารมณ์ 2)ประสบการณ์การใช้กลยุทธ์ในการกำกับอารมณ์ 3) การมีแบบอย่าง 4) อาจารย์และหน่วยงานการศึกษา 5) การอบรมสั่งสอน และ 6) การมีที่ปรึกษาคอยรับฟัง ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีการวัดผลก่อนและหลังการได้รับโปรแกรมฝึกทักษะการกำกับอารมณ์ร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาล จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คนและกลุ่มควบคุม 20 คน ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลองผลของค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนในการกำกับอารมณ์และค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีความแปรปรวนที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p
Degree Name
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)
Degree Discipline
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
