Publication: การมีส่วนร่วมของชุมชนในนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม: กรณีศึกษา บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี
| dc.contributor.author | เพ็ชรัตน์ ไสยสมบัติ | |
| dc.contributor.author | พระวิชชญะ น้ำใจดี | |
| dc.contributor.orgunit | คณะสังคมศาสตร์ | |
| dc.date.accessioned | 2024-01-08T10:38:06Z | |
| dc.date.available | 2024-01-08T10:38:06Z | |
| dc.date.issued | 2018 | |
| dc.date.issuedBE | 2561 | |
| dc.description.abstract | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดาเนินงานในนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี 2. เพื่อศึกษาประโยชน์ในการนานโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของชุมชนบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีไปปฏิบัติ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ ได้แก่ ผู้รับผิดชอบนโยบายของเทศบาลตาบลบ้านเชียง เจ้าหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง และตัวแทนประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนในนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง ชุมชนไม่มีส่วนร่วมในการกาหนดนโยบาย แต่มีส่วนร่วมในการดาเนินงานตามนโยบายเป็นอย่างดีมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ของนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยว เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทพวนเพื่ออนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมของไทพวนบ้านเชียง และเกิดกลุ่มอาชีพเพื่อเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดาเนินกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยการเข้ากลุ่มอาชีพตามความถนัดของตน และการเปิดบ้านเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักและสัมผัสวิถีชีวิต การกิน การแต่งตัว และวัฒนธรรมไทพวนที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านเชียง ทาให้เกิดเป็นรายได้ของชุมชน ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านเชียงในนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สาคัญได้แก่ กลุ่มอาชีพส่วนใหญ่ขาดผู้ที่จะมาสืบทอดภูมิปัญญา ไม่มีรถโดยสารประจาทางมาที่แหล่งท่องเที่ยว ไม่มีจุดต้อนรับนักท่องเที่ยว และผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อโบราณวัตถุ มาจากการนารถใหญ่เข้าใกล้บริเวณพิพิธภัณฑ์และการจัดงานมหรสพเสียงและแรงสั่นสะเทือนทาให้โบราณวัตถุอาจะเกิดความเสียหายได้ เพราะบ้านเชียงเป็นแหล่งโบราณคดีที่อยู่ใต้ดิน ข้อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านเชียงในนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกาหนดแนวทางและวางแผนในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จัดสรรเจ้าหน้าที่ มัคคุเทศก์ ประจาจุดประชาสัมพันธ์เพื่อแนะนานักท่องเที่ยว หน่วยงานราชการในระดับนโยบายควรจัดการประชุมเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อแหล่งโบราณวัตถุ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนปรับปรุงทัศนียภาพ แหล่งท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมหรือโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้ต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว | |
| dc.format.mimetype | application/pdf | |
| dc.identifier.citation | วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง. ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 (2018): กรกฎาคม-ธันวาคม 2561 | |
| dc.identifier.uri | https://hdl.handle.net/20.500.14740/13358 | |
| dc.rights | ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) | |
| dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ | |
| dc.subject.other | การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม | |
| dc.subject.other | การมีส่วนร่วม | |
| dc.subject.other | แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง | |
| dc.subject.other | Ban Chiang archaeological site | |
| dc.subject.other | Cultural tourism | |
| dc.subject.other | Participation | |
| dc.title | การมีส่วนร่วมของชุมชนในนโยบายการจัดการแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม: กรณีศึกษา บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี | |
| dc.title.alternative | PEOPLE PARTICIPATION ON POLICY RELATED TO THE MANAGEMENT OF CULTURAL HERITAGE TOURISM AREA: A CASE STUDY OF BAN CHIANG ARCHAEOLOGICAL SITE, UDON THANI PROVINCE | |
| dc.type | Article | |
| dcterms.accessRights | open access | |
| dspace.entity.type | Publication | |
| mods.url | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NBJ/article/view/252952 |
