Publication: ปัจจัยทางจิตและสังคมที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว และสุขภาวะครอบครัว ในชุมชนแออัดเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
4
2
Issued Date
2024-07-19
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
Haruethai Partumchart, หฤทัย ประทุมชาติ (2024). ปัจจัยทางจิตและสังคมที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว และสุขภาวะครอบครัว ในชุมชนแออัดเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/54817
Alternative Title(s)
Psychological and social factors affect individual and family self-management behavior and family well-being in slum pathum wan, bangkok
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
Thailand is leading country among ASEAN countries, in terms of achieving Sustainable Development Goals (SDGs). However, there are challenges related to targets concerning well-being; particularly vulnerable urban areas, such as the slums. This study seeks to integrate Individual and Family Self-Management Theory by Ryan & Sawin (2009) to describe the self and family management behaviors that are associated with family well-being. Using a quantitative research approach, the study surveyed 260 respondents of who lived in slum areas in Pathum Wan, Bangkok. The analysis revealed that Psychological Capital, Outcome Expectancies, and Social Norms have a positive correlation with Individual and family self-management behavior, as well as family well-being. Furthermore, the interaction between psychological capital and social capital had a significant connection to IFSM behavior. Based on these results, making policies in slum areas should prioritize these variables to enhance the efficacy of improving family well-being and promoting slum development.
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตและปัจจัยทางสังคมตามหลักการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1.เปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว และสุขภาวะครอบครัวทั้งด้านรวมและรายด้าน ระหว่างสมาชิกครอบครัวที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน 2.เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยทางจิตกับตัวแปรปัจจัยทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว ของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวม 3.เพื่อค้นหาอำนาจการทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวทั้งด้านรวมและรายด้านจากตัวแปรปัจจัยทางจิตและตัวแปรปัจจัยทางสังคมของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวม และกลุ่มที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน 4.เพื่อศึกษาอิทธิพลของพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวที่มีต่อสุขภาวะครอบครัว ของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวมที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีการจัดการตนเองและครอบครัว (Individual and Family Self-management Theory) ของ Ryan & Sawin (2009) เป็นแนวคิดหลักในการวิเคราะห์สาเหตุของพฤติกรรม การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครไม่ต่ำกว่า 1 ปี และมีอายุระหว่าง 25-60 ปี จำนวน 260 ราย จากผลการศึกษาพบว่า 1.สุขภาวะครอบครัวมีความแตกต่างกันตามรายได้ต่อเดือนในครัวเรือน 2.มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยทางจิตกับตัวแปรปัจจัยทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว ของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวม 3.พฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวทั้งด้านรวมและรายด้าน สามารถทำนายได้จากตัวแปรปัจจัยทางจิตและตัวแปรปัจจัยทางสังคม 4.พฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวของสมาชิกครอบครัวมีอิทธิพลต่อสุขภาวะครอบครัวในกลุ่มรวมที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตและปัจจัยทางสังคมตามหลักการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1.เปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว และสุขภาวะครอบครัวทั้งด้านรวมและรายด้าน ระหว่างสมาชิกครอบครัวที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน 2.เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยทางจิตกับตัวแปรปัจจัยทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว ของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวม 3.เพื่อค้นหาอำนาจการทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวทั้งด้านรวมและรายด้านจากตัวแปรปัจจัยทางจิตและตัวแปรปัจจัยทางสังคมของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวม และกลุ่มที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน 4.เพื่อศึกษาอิทธิพลของพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวที่มีต่อสุขภาวะครอบครัว ของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวมที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีการจัดการตนเองและครอบครัว (Individual and Family Self-management Theory) ของ Ryan & Sawin (2009) เป็นแนวคิดหลักในการวิเคราะห์สาเหตุของพฤติกรรม การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครไม่ต่ำกว่า 1 ปี และมีอายุระหว่าง 25-60 ปี จำนวน 260 ราย จากผลการศึกษาพบว่า 1.สุขภาวะครอบครัวมีความแตกต่างกันตามรายได้ต่อเดือนในครัวเรือน 2.มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยทางจิตกับตัวแปรปัจจัยทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัว ของสมาชิกครอบครัวในกลุ่มรวม 3.พฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวทั้งด้านรวมและรายด้าน สามารถทำนายได้จากตัวแปรปัจจัยทางจิตและตัวแปรปัจจัยทางสังคม 4.พฤติกรรมการจัดการตนเองและครอบครัวของสมาชิกครอบครัวมีอิทธิพลต่อสุขภาวะครอบครัวในกลุ่มรวมที่มีลักษณะชีวสังคมแตกต่างกัน
Degree Name
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)
Degree Discipline
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
