Publication: กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนองในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี
1
0
Issued Date
2022
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
(2022). กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนองในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/9983
Inventor(s)
Assignee
Abstract
กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนอง ในเทียมแบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อ คลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) บนยีนพลาสมิด (plasmid) ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์ 1 เส้นติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์อีก 1 เส้นติดฉลากด้วยสารเรือง แสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 45 นาที ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบ ควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูเฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้นวิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา ------------ ------13/11/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้าบทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) ที่ก่อโรคหนอง ในเทียม แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบสี เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่-จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อคลา มัยเดีย หราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) บนยีนพลาสมิด (plasmid) โดยให้ฟอร์เวิร์ดอินเนอรไพรเมอร์ (FIP) ติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิเจนิน (Digoxigenin) และให้โพรบไพรเมอร์ (probe) ติดฉลาก ด้วยสารเรืองแสง (FITC)ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 45 นาที ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วติดตามอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะปรากฏเส้นทดสอบสีซมพู บริเวณแถบทดสอบ (T)และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) แต่ถ้าผล ลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา ------------ หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการตรวจสอบยีนของเชื้อหนองในเทียม {Chlamydia trachomatis) แบบขั้นตอนเดียวด้วยแถบ สี เริ่มจากการออกแบบไพรเมอร์ 5 เส้น ที่จำเพาะต่อลำดับเบสของเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส {Chlamydia trachomatis) บนยีนพลาสมิด {plasmid) ซึ่งโดยให้ไพรเมอร์ 1 เส้นติดฉลากด้วยไบโอติน (biotin) หรือไดกอกซิ เจนิน (Digoxigenin) และให้ไพรเมอร์อีก 1 เส้นติดฉลากด้วยสารเรืองแสง (FITC) ในการติดตามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น บนแผ่นดิพสติค (dipstick) ในระบบนี้ดีเอ็นเอเป้าหมายจะถูกเพิ่มปริมาณภายใต้อุณหภูมิ 61 องศาเซลเซียส เป็น เวลา 45 นาที ในกล่องให้ความร้อน (heating block) แล้วอ่านผลบนแผ่นดิพสติค (dipstick) เมื่อให้ผลบวก จะ ปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่า ในตัวอย่างพบเชื้อคลามัยเดีย ทราโคมาทิส {Chlamydia trachomatis) แต่ถ้าผลลบ จะปรากฏเส้นทดสอบสีชมพู เฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น วิธีการนี้เทียบเท่ากับการตรวจสอบด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) แบบเรียลไทม์ (real time) อีกทั้งยังไม่ต้อง ใช้เครื่องพีซีอาร์ (PCR) และเครื่องแยกสารพันธุกรรมด้วยกระแสไฟฟ้าในการติดตามผลของปฏิกิริยา
