Publication: ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างลิเทียมไดซิลิเกตกับไทเทเนียมที่ปรับปรุงพื้นผิวต่างกัน
3
1
Issued Date
2021-08-16
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
ละอองดาว อมรวิชิตเวช (2021). ความแข็งแรงยึดเฉือนระหว่างลิเทียมไดซิลิเกตกับไทเทเนียมที่ปรับปรุงพื้นผิวต่างกัน. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/52447
Alternative Title(s)
Shear bond strength of lithium disilicate glass-ceramic bondedwith various surface-treated titanium
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
The purpose of this in-vitro study was to determine the shear bond strength (SBS) of different surface-treated titanium alloy with lithium disilicate glass-ceramic with resin cement (Multilink® N). There were 90 titanium alloy specimens, divided into six groups, as follows: (1) control group (CT); (2) 50-µm aluminum oxide airborne particle abrasion group (SB); (3) silica coating group (CJ); (4) anodization group (AN); (5) anodization then alumina 50-µm aluminum oxide airborne particle abrasion group (ANSB), and (6) anodization, then the silica coating group (ANCJ). The SBS test was performed with a universal testing machine. The One-Way ANOVA and Tukey’s post-hoc test was used to determine the differences between groups (α=0.05). The failure mode of deboned titanium was classified under a stereoscope. The results showed that the mean SBS of control group and the anodization group had significantly lower SBS than the others (p
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค่าแรงยึดเฉือนระหว่างไทเทเนียมที่มีการปรับปรุงพื้นผิวด้วยวิธีต่างกันกับเซรามิกชนิดลิเทียมไดซิลิเกตโดยยึดติดด้วยเรซินซีเมนต์ชนิดมัลติลิ้งค์เอ็น ไทเทเนียมจำนวน 90 ชิ้น นำไปปรับปรุงพื้นผิวด้วยวิธีดังนี้ กลุ่มที่ 1 ไม่ปรับปรุงผิว(CT), กลุ่มที่ 2 ปรับปรุงผิวด้วยการพ่นอนุภาคอะลูมินา(SB), กลุ่มที่ 3 ปรับปรุงผิวการพ่นอนุภาคอะลูมินาเคลือบซิลิกา(CJ), กลุ่มที่ 4 ปรับปรุงผิวด้วยการทำอะโนไดซ์(AN), กลุ่มที่ 5 ปรับปรุงผิวด้วยการทำอะโนไดซ์ก่อนพ่นอนุภาคอะลูมินา(ANSB) และกลุ่มที่ 6 ปรับปรุงผิวด้วยการทำอะโนไดซ์ก่อนพ่นด้วยอนุภาคอะลูมินาเคลือบซิลิกา(ANCJ) นำชิ้นงานไปยึดติดกับเซรามิกชนิดลิเทียมไดซิลิเกต ก่อนนำมาทดสอบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนด้วยเครื่องทดสอบสากล เปรียบเทียบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนของแต่ละกลุ่มด้วยการวิเคระห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบเฮชเอสดีของทูกีย์(α=0.05) ไทเทเนียมที่ผ่านการทดสอบถูกนำไปสังเกตรูปแบบความล้มเหลวหลังการแตกหักภายใต้กล้องสเตอริโอสโคป ผลการทดสอบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนเฉลี่ยของกลุ่มควบคุม และกลุ่ม AN มีค่าต่ำกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ(p
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค่าแรงยึดเฉือนระหว่างไทเทเนียมที่มีการปรับปรุงพื้นผิวด้วยวิธีต่างกันกับเซรามิกชนิดลิเทียมไดซิลิเกตโดยยึดติดด้วยเรซินซีเมนต์ชนิดมัลติลิ้งค์เอ็น ไทเทเนียมจำนวน 90 ชิ้น นำไปปรับปรุงพื้นผิวด้วยวิธีดังนี้ กลุ่มที่ 1 ไม่ปรับปรุงผิว(CT), กลุ่มที่ 2 ปรับปรุงผิวด้วยการพ่นอนุภาคอะลูมินา(SB), กลุ่มที่ 3 ปรับปรุงผิวการพ่นอนุภาคอะลูมินาเคลือบซิลิกา(CJ), กลุ่มที่ 4 ปรับปรุงผิวด้วยการทำอะโนไดซ์(AN), กลุ่มที่ 5 ปรับปรุงผิวด้วยการทำอะโนไดซ์ก่อนพ่นอนุภาคอะลูมินา(ANSB) และกลุ่มที่ 6 ปรับปรุงผิวด้วยการทำอะโนไดซ์ก่อนพ่นด้วยอนุภาคอะลูมินาเคลือบซิลิกา(ANCJ) นำชิ้นงานไปยึดติดกับเซรามิกชนิดลิเทียมไดซิลิเกต ก่อนนำมาทดสอบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนด้วยเครื่องทดสอบสากล เปรียบเทียบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนของแต่ละกลุ่มด้วยการวิเคระห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบเฮชเอสดีของทูกีย์(α=0.05) ไทเทเนียมที่ผ่านการทดสอบถูกนำไปสังเกตรูปแบบความล้มเหลวหลังการแตกหักภายใต้กล้องสเตอริโอสโคป ผลการทดสอบค่าความแข็งแรงยึดเฉือนเฉลี่ยของกลุ่มควบคุม และกลุ่ม AN มีค่าต่ำกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ(p
Degree Name
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Discipline
ทันตกรรมคลินิก
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
