Publication: ผลของน้ำยาล้างคลองรากฟันต่อค่ามุมสัมผัสของอีพ็อกซีเรซินเบสซีลเลอร์
4
1
Issued Date
2025-01-17
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
กนกภัสสร บุญดีกุล (2025). ผลของน้ำยาล้างคลองรากฟันต่อค่ามุมสัมผัสของอีพ็อกซีเรซินเบสซีลเลอร์. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/52398
Alternative Title(s)
Effect of irrigants on contact angle of epoxy resin-based sealer
Author(s)
Advisor(s)
Organization
Abstract
This study aimed to compare contact angles between dentin treated with different irrigants and an epoxy resin-based sealer. Single-rooted premolars were embedded in acrylic resin and cut into 2 sections along longitudinal axis. The root canal surfaces were rinsed with 5.25% sodium hypochlorite (25 ml), followed by 17% EDTA (10 ml). Samples were divided into 3 groups (n=5) and rinsed with different irrigants (10 ml, 1 minute): (1) distilled water, (2) 5.25% sodium hypochlorite, and (3) 70% ethanol. After drying, a drop of sealer was placed onto each surface. The contact angle was measured by recording a video with a macro lens camera and capturing images at initial contact, as well as at 1 minute and 5 minutes after initial contact, The angles were calculated using ImageJ software. Data were analyzed using one-way ANOVA for different irrigants, and repeated measures ANOVA for different time points, with significance set at 0.05. The results indicated that the group rinsed with 5.25% sodium hypochlorite had the highest contact angle, followed by distilled water and 70% ethanol, respectively. Contact angles differed significantly across all time points, with the highest angle immediately after contact decreasing over time. A higher contact angle suggests poor wettability, which affects sealer flow. This study concludes that the wettability and flow of epoxy resin-based sealers decrease when sodium hypochlorite is used as the final irrigant, while rinsing with 70% ethanol enhances wettability on root dentin surfaces.
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่ามุมสัมผัสระหว่างเนื้อฟันที่ล้างด้วยน้ำยาล้างคลองรากฟันที่แตกต่างกันกับอีพ็อกซีเรซินเบสซีลเลอร์ นำฟันกรามน้อยรากเดียวลงบล็อกเรซินอะคริลิกและตัดแบ่งบล็อคฟันบริเวณกึ่งกลางออกเป็น 2 ส่วนตามแนวแกนฟัน ล้างพื้นผิวรากฟันด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรต์ร้อยละ 5.25 25 มิลลิลิตร ตามด้วยอีดีทีเอร้อยละ 17 10 มิลลิลิตร จากนั้นแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ตัวอย่าง ล้างด้วยน้ำยาล้างคลองรากฟันที่แตกต่างกัน ได้แก่ (1) น้ำกลั่น (2) โซเดียมไฮโปคลอไรต์ร้อยละ 5.25 และ (3) เอทานอลร้อยละ 70 ปริมาตร 10 มิลลิลิตร เป็นเวลา 1 นาที ซับพื้นผิวให้แห้ง หลังจากนั้นหยดซีลเลอร์บริเวณกึ่งกลางของรากฟัน บันทึกวิดีโอด้วยกล้องร่วมกับเลนส์มาโครและใช้ภาพเมื่อซีลเลอร์สัมผัสพื้นผิวทันที หลังสัมผัส 1 และ 5 นาทีมาคำนวณค่ามุมสัมผัสโดยใช้โปรแกรมอิมเมจเจ วิเคราะห์ค่ามุมสัมผัสระหว่างน้ำยาล้างคลองรากฟันที่แตกต่างกันด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและวิเคราะห์ค่ามุมสัมผัสที่ระยะเวลาแตกต่างกันด้วยการวิเคราะห์การแปรปรวนซ้ำที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ล้างด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรต์ร้อยละ 5.25 มีค่ามุมสัมผัสสูงที่สุด ตามด้วยน้ำกลั่น และเอทานอลร้อยละ 70 ตามลำดับ และค่ามุมสัมผัสของน้ำยาล้างคลองรากฟันทั้ง 3 ชนิดมีค่าแตกต่างกันทุกช่วงเวลา โดยค่ามุมสัมผัสหลังซีลเลอร์สัมผัสพื้นผิวทันทีจะมีค่ามากที่สุดและน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งค่ามุมสัมผัสมากแสดงถึงคุณสมบัติการเปียกที่ไม่ดีส่งผลให้การไหลแผ่ลดลง การศึกษานี้จึงสรุปได้ว่าคุณสมบัติการเปียกหรือการไหลแผ่ของอีพ็อกซีเรซินเบสซีลเลอร์บนพื้นผิวผนังคลองรากฟันจะลดลงเมื่อใช้โซเดียมไฮโปคลอไรต์เป็นน้ำยาล้างคลองรากฟันขั้นสุดท้าย และการล้างด้วยเอทานอลร้อยละ 70 สามารถเพิ่มคุณสมบัติการเปียกของพื้นผิวเนื้อฟันบริเวณรากฟันได้
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่ามุมสัมผัสระหว่างเนื้อฟันที่ล้างด้วยน้ำยาล้างคลองรากฟันที่แตกต่างกันกับอีพ็อกซีเรซินเบสซีลเลอร์ นำฟันกรามน้อยรากเดียวลงบล็อกเรซินอะคริลิกและตัดแบ่งบล็อคฟันบริเวณกึ่งกลางออกเป็น 2 ส่วนตามแนวแกนฟัน ล้างพื้นผิวรากฟันด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรต์ร้อยละ 5.25 25 มิลลิลิตร ตามด้วยอีดีทีเอร้อยละ 17 10 มิลลิลิตร จากนั้นแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ตัวอย่าง ล้างด้วยน้ำยาล้างคลองรากฟันที่แตกต่างกัน ได้แก่ (1) น้ำกลั่น (2) โซเดียมไฮโปคลอไรต์ร้อยละ 5.25 และ (3) เอทานอลร้อยละ 70 ปริมาตร 10 มิลลิลิตร เป็นเวลา 1 นาที ซับพื้นผิวให้แห้ง หลังจากนั้นหยดซีลเลอร์บริเวณกึ่งกลางของรากฟัน บันทึกวิดีโอด้วยกล้องร่วมกับเลนส์มาโครและใช้ภาพเมื่อซีลเลอร์สัมผัสพื้นผิวทันที หลังสัมผัส 1 และ 5 นาทีมาคำนวณค่ามุมสัมผัสโดยใช้โปรแกรมอิมเมจเจ วิเคราะห์ค่ามุมสัมผัสระหว่างน้ำยาล้างคลองรากฟันที่แตกต่างกันด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและวิเคราะห์ค่ามุมสัมผัสที่ระยะเวลาแตกต่างกันด้วยการวิเคราะห์การแปรปรวนซ้ำที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ล้างด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรต์ร้อยละ 5.25 มีค่ามุมสัมผัสสูงที่สุด ตามด้วยน้ำกลั่น และเอทานอลร้อยละ 70 ตามลำดับ และค่ามุมสัมผัสของน้ำยาล้างคลองรากฟันทั้ง 3 ชนิดมีค่าแตกต่างกันทุกช่วงเวลา โดยค่ามุมสัมผัสหลังซีลเลอร์สัมผัสพื้นผิวทันทีจะมีค่ามากที่สุดและน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งค่ามุมสัมผัสมากแสดงถึงคุณสมบัติการเปียกที่ไม่ดีส่งผลให้การไหลแผ่ลดลง การศึกษานี้จึงสรุปได้ว่าคุณสมบัติการเปียกหรือการไหลแผ่ของอีพ็อกซีเรซินเบสซีลเลอร์บนพื้นผิวผนังคลองรากฟันจะลดลงเมื่อใช้โซเดียมไฮโปคลอไรต์เป็นน้ำยาล้างคลองรากฟันขั้นสุดท้าย และการล้างด้วยเอทานอลร้อยละ 70 สามารถเพิ่มคุณสมบัติการเปียกของพื้นผิวเนื้อฟันบริเวณรากฟันได้
Degree Name
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Discipline
ทันตกรรมคลินิก
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
