Publication: พฤติกรรมการออกกำลังกายในสภาวะแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด19 ของวัยรุ่น
0
0
Issued Date
2024-07-19
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
Toucharapon Nimrattanasing, ทัชระพล นิ่มรัตนสิงห์ (2024). พฤติกรรมการออกกำลังกายในสภาวะแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด19 ของวัยรุ่น. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/53990
Alternative Title(s)
Exercise behavior in the epidemic of covid-19 among adolescents
Advisor(s)
Organization
Abstract
This research aims to study exercise behaviors during the COVID-19 epidemic of adolescents in three aspects: cognitive, affective, and knowledge (perceived). These include teenagers aged 12-18 years in Nakhon Nayok Province who are in high-risk areas and there is a high epidemic amount of 400 people, using Taro Yamane's calculation formula and purposive sampling. The data was collected through an online questionnaire (Google form) with a content validity of 0.80 and a reliability of 0.72. The data were analyzed by average, standard deviation, comparing and finding the differences in terms of exercise behavior data. The results revealed the following: (1) female adolescents who exercised more than males because females can track exercise in various media, and does not require a lot of space or equipment and therefore able to exercise more than males; (2) teenagers have less than three days of exercise per week; (3) teenagers have less than 30 minutes of exercise per day; (4) adolescents have the purpose of exercising for health, for getting in shape, for fun, for competition, for society, and not exercising at all, respectively; and (5) attitude behaviors in exercising during the COVID-19 epidemic of adolescents of both sexes are different. Overall, males had better attitudes than females.
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายในช่วงแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ของวัยรุ่น ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการรับรู้ (Cognitve) ด้านเจตคติ (Affective) ด้านความรู้ (Perceived) กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ วัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ในจังหวัดนครนายกที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง และมีการปริมาณการแพร่ระบาดสูง จำนวน 400 คน จากสูตรการคำนวณของทาโร่ยามาเน่ ใช้การสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) โดยเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ (Google form) มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) 0.80 ค่าความเชื่อมั่น (Raliability) 0.72 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบหาความแตกต่าง ของข้อมูลพฤติกรรมการออกกำลังกาย ผลวิจัยพบว่า 1. วัยรุ่นเพศหญิงมีการออกกำลังกายที่มากกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงสามารถติดตามการออกกำลังกายในสื่อต่างๆ และไม่ใช้พื้นที่หรืออุปกรณ์มากจึงสามารถออกกำลังกายได้มากกว่าเพศชาย 2. วัยรุ่นมีจำนวนวันในการออกกำลังกายน้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ 3. วัยรุ่นมีเวลาในการออกกำลังกายน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน 4. วัยรุ่นมีจุดประสงค์ในการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ เพื่อรูปร่าง เพื่อความสนุกสนาน เพื่อแข่งขัน เพื่อสังคม และไม่ออกกำลังกายเลย ตามลำดับ 5. พฤติกรรมด้านเจตคติในการออกกำลังกายช่วงแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ของวัยรุ่นทั้งสองเพศมีความแตกต่างกัน เพศชายมีเจตคติที่ดีกว่าเพศหญิง
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายในช่วงแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ของวัยรุ่น ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการรับรู้ (Cognitve) ด้านเจตคติ (Affective) ด้านความรู้ (Perceived) กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ วัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ในจังหวัดนครนายกที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง และมีการปริมาณการแพร่ระบาดสูง จำนวน 400 คน จากสูตรการคำนวณของทาโร่ยามาเน่ ใช้การสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) โดยเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ (Google form) มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) 0.80 ค่าความเชื่อมั่น (Raliability) 0.72 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบหาความแตกต่าง ของข้อมูลพฤติกรรมการออกกำลังกาย ผลวิจัยพบว่า 1. วัยรุ่นเพศหญิงมีการออกกำลังกายที่มากกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงสามารถติดตามการออกกำลังกายในสื่อต่างๆ และไม่ใช้พื้นที่หรืออุปกรณ์มากจึงสามารถออกกำลังกายได้มากกว่าเพศชาย 2. วัยรุ่นมีจำนวนวันในการออกกำลังกายน้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ 3. วัยรุ่นมีเวลาในการออกกำลังกายน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน 4. วัยรุ่นมีจุดประสงค์ในการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ เพื่อรูปร่าง เพื่อความสนุกสนาน เพื่อแข่งขัน เพื่อสังคม และไม่ออกกำลังกายเลย ตามลำดับ 5. พฤติกรรมด้านเจตคติในการออกกำลังกายช่วงแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ของวัยรุ่นทั้งสองเพศมีความแตกต่างกัน เพศชายมีเจตคติที่ดีกว่าเพศหญิง
Degree Name
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)
Degree Discipline
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
