Publication: โครงงานวิจัย เรื่อง การใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI)
18
18
Issued Date
2025
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
1
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Suggested Citation
กัญญาณัฐ พรมศรี, กันต์กนิษฐ์ วิมลกุลวนิช, จุฑามาศ เกตุแก้ว, ณัฐณิชา สกุลชาญทวี, ธัญวรรณ พิมเสน, สุคําจันทร์ สวัสดี (2025). โครงงานวิจัย เรื่อง การใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI). สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/55201
Advisor(s)
Abstract
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) ของนิสิตคณะมนุษยศาสตร์และเพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และความต้องการของนิสิตคณะมนุษยศาสตร์ในการใช้Generative AI เพื่อการเรียนรู้โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 120 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ตามระดับการศึกษา และสาขาวิชา เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนของประชากรได้อย่างเหมาะสม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ความถี่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า นิสิตใช้ Generative AI เพื่อ "การตรวจสอบไวยากรณ์และการแปลภาษา" สูง
ที่สุด สอดคล้องกับทฤษฎีการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี ในมิติของ ความคาดหวังในประสิทธิภาพ ที่อธิบายว่าบุคคลจะมีแนวโน้มยอมรับและใช้งานเทคโนโลยีเมื่อรับรู้ว่าเทคโนโลยีนั้นจะช่วยให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ในส่วนประเด็น"ความกังวลเรื่องลิขสิทธิ์" ที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในส่วนของปัญหาและอุปสรรค สะท้อนให้เห็นถึงระดับ การรู้เท่าทันสารสนเทศ ของนิสิตในด้าน จริยธรรมสารสนเทศ ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่านิสิตไม่ได้ใช้งานเทคโนโลยีอย่างขาดวิจารณญาณ แต่มีความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงทางกฎหมายและความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ในส่วนความต้องการสนับสนุน ที่พบว่านิสิตต้องการเรียนรู้ "การประยุกต์ใช้ในสาขาวิชาชีพ" มากกว่า "การใช้งานเบื้องต้น" อย่างมีนัยสำคัญ สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิด ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และ การเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวคือ นิสิตได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการใช้งานระดับพื้นฐาน แต่กำลังเผชิญกับ ช่องว่างทางทักษะในระดับการ
บูรณาการนิสิตต้องการความรู้เชิงลึกที่จะนำเครื่องมือไปใช้แก้ปัญหาที่ซับซ้อนในศาสตร์ของตน ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่ยังขาดการชี้แนะที่ตรงจุดจากสถาบันการศึกษา ส่วนสุดท้าย ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ปัญหาเรื่อง "ค่าใช้จ่ายของเครื่องมือคุณภาพสูง" สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงคุณภาพของเทคโนโลยี การที่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ที่มีความพร้อมด้านทุนทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้และคุณภาพของผลงานวิชาการของนิสิตที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้
Description
โครงงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา สศ 431 การวิจัยพื้นฐานสำหรับวิชาชีพสารสนเทศ
