Publication: สูตรโลชันรักษาสิวชนิดเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบนร่างกาย
2
1
Issued Date
2012
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Suggested Citation
(2012). สูตรโลชันรักษาสิวชนิดเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบนร่างกาย. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14740/11965
Assignee
Abstract
------12/03/2564------(OCR)
สูตรโลชันรักษาสิวชนิดเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบนร่างกายประกอบไปด้วย แอลฟาแมงโกสติน (alpha-mangostin) จากเปลือกมังคุด ร้อยละ 5x10ยกกำลัง-4 - 7x10ยกกำลัง-3 โดยนํ้าหนัก พอลิเมอร์ผสมระหว่างไฮดรอกซีพรอพิวเซลลูโลส (hydroxypropyl cellulose) : แอมโมนิโอเมธาไครเลท (ammonio methacrylate) ที่ อัตราส่วน 1:1 ถึง 5:1 (ตามลำดับ) ร้อยละ 5-11 โดยนํ้าหนัก ไตรเอธิล ซิเตรท (triethyl citrate)ร้อยละ 1 - 3 โดยนํ้าหนัก และปรับนํ้าหนักให้ครบ 100 ส่วน ด้วยสารละลายเอธิลแอลกอฮอล์ (ethylalcohol) ที่มีความเข้มข้น 50-100 ร้อยละโดยปริมาตร ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้นี้ มีลักษณะเป็นสารละลายใสมีความหนืดตา มีพฤติกรรมการไหลแบบนิวตัน (Newtonian flow) จึงสามารถทาบนผิวหนังที่เป็นสิวได้สะดวกเหมือนกับโลชันทาสิวทั่วไป แต่หลังจากทาผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ลงบนผิวหนังแล้ว กระสายยาจะระเหยออกไปในระยะเวลาไม่เกิน 3 นาที แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นฟิล์มเคลือบคลุมอยู่บริเวณที่ทาฟิล์มที่เกิดขึ้นมีความแข็งแรง ทนต่อแรงดึงและมีความยืดหยุ่นตามสภาพการเคลื่อนไหวของผิวหนังบริเวณที่ทา ไม่ก่อให้เกิดจุดสังเกตบริเวณที่ทาเพราะมีลักษณะเป็นฟิล์มบางใส จึงไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกรำคาญหรือขาดความมั่นใจในการใช้เหมือนกับการใช้แผ่นแปะรักษาสิว ที่สำคัญ คือ ฟิล์มที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บแอลฟาแมงโกสติน และค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมาเพื่อทำลายเชื้อ P. acnes ได้ไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ถือเป็นข้อดีที่แตกต่างไปจากโลชันทาสิวที่มีขายในปัจจุบันซึ่งไม่มีการควบคุมการปลดปล่อยยาเข้าสู่ชั้นผิวหนัง และจากการศึกษาความพึงพอใจในเบื้องต้น พบว่าผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อลักษณะปรากฏของผลิตภัณฑ์ก่อนทา หลังทา และความปลอดภัยจากการใช้อยู่ในระดับดีมาก
------------
DC60 (09/05/56)
สูตรโลชันรักษาสิวชนิดเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบนร่างกายประกอบไปด้วย แอลฟาแมงโกสตินจาก
เปลือกมังคุด ร้อยละ 5x10ยกกำลัง-4 -7x10ยกกำลัง-3 โดยน้ำหนัก พอลิเมอร์ผสมระหว่างไฮดรอกซีพรอพิวเซลลูโลส :
แอมโมนิโอเมธาไครเลท ที่อัตราส่วน 1:1 ถึง 5:1 (ตามลำดับ) ร้อยละ 5 - 11 โดยน้ำหนัก ไตรเอธิล
ซิเตรท ร้อยละ 1 - 3 โดยน้ำหนัก และสารละลายเอธิลแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 50-100 ร้อยละ โดย
ปริมาตร ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้นี้ มีลักษณะเป็นสารละลายใส มีความหนืดต่ำ มีพฤติกรรมการไหลแบบนิว
ตัน จึงสามารถทาบนผิวหนังที่เป็นสิวได้สะดวกเหมือนกับโลชันทาสิวทั่วไป แต่หลังจากทาผลิตภัณฑ์
ชนิดนี้ลงบนผิวหนังแล้ว กระสายยาจะระเหยออกไปในระยะเวลาอันสั้น แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นฟิล์ม
เคลือบคลุมอยู่บริเวณที่ทา ฟิล์มที่เกิดขึ้นมีความแข็งแรง ทนต่อแรงดึงและมีความยืดหยุ่นตามสภาพ
การเคลื่อนไหวของผิวหนังบริเวณที่ทา ไม่ก่อให้เกิดจุดสังเกตบริเวณที่ทาเพราะมีลักษณะเป็นฟิล์ม
บางใส จึงไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกรำคาญหรือขาดความมั่นใจในการใช้เหมือนกับการใช้แผ่นแปะรักษาสิว ที่
สำคัญ คือ ฟิล์มที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บสารสำคัญและค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมาเพื่อทำลาย
เชื้อ P. acnes ถือเป็นข้อดีที่แตกต่างไปจากโลชันทาสิวที่มีขายในปัจจุบันซึ่งไม่มีการควบคุมการ
ปลดปล่อยยาเข้าสู่ชั้นผิวหนัง นอกจากนี้จากการศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังก็ไม่พบว่า
ผลิตภัณฑ์นี้มีความเป็นพิษต่อผิวหนังแต่อย่างใด
สูตรโลชันรักษาสิวชนิดเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบนร่างกายประกอบไปด้วย แอลฟาแมงโกสตินจาก
เปลือกมังคุด ร้อยละ 5x10-4 -7x10-3 โดยน้ำหนักพอลิเมอร์ผสมระหว่างไฮดรอกซีพรอพิวเซลลูโลส:
แอมโมนิโอเมธาไครเลท ที่อัตราส่วน 1:1 ถึง 5:1(ตามลำดับ)ร้อยละ 5-11 โดยน้ำหนัก ไตรเอธิล
ซิเตรท ร้อยละ 1-3 โดยน้ำหนัก และสารละลายเอธิลแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 50-100 ร้อยละ โดย
ปริมาตร ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้นี้ มีลักษณะเป็นสารละลายใส มีความหนืดต่ำ มีพฤติกรรมการไหลแบบนิว
ตัน จึ่งสามารถทาบนผิวหนังที่เป็นสิวได้สะดวกเหมือนกับโลชันทาสิวทั่วไป แต่หลังจากทาผลิตภัณฑ์
ชนิดนี้ลงบนผิวหนังแล้ว กระสายยาจะระเหยออกไปในระยะเวลาอันสั้น แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นฟิล์ม
เคลื่อบคลุมอยู่บริเวณที่ทา ฟิล์มที่เกิดขึ้นมีความแข็งแรง ทนต่อแรงดึงและมีความยืดหยุ่นตามสภาพ
การเคลื่อนไหวของผิวหนังบริเวณที่ทา ไม่ก่อให้เกิดจุดสังเกตบริเวณที่ทาเพราะมีลักษณะเป็นฟิล์ม
บางใส จึงไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกรำคาญหรือขาดความมั่นใจในการใช้เหมือนกับการใช้แผ่นแปะรักษาสิว ที่
สำคัญ คือ ฟิล์มที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บสารสำคัญและค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมาเพื่อทำลาย
เชื้อ p. acnes ถือเป็นข้อดีที่แตกต่างไปจากโลชันทาสิวที่มีขายในปัจจุบันซึ่งไม่มีการควบคุมการ
ปลดปล่อยยาเข้าสู่ชั้นผิวหนัง นอกจากนี้จากการศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังก็ไม่พบว่า
ผลิตภัณฑ์นี้มีความเป็นพิษต่อผิวหนังแต่อย่างใด
